Monday, August 2, 2021

ประชุมสภาสัมมาธิปไตย (ฉบับแก้ไข)

ประชุมสภาสัมมาธิปไตย (ฉบับแก้ไข)


๒  สิงหาคม  ๒๕๖๔

เวลา  ๑๙.๓๐ น.


ผู้เข้าร่วมประชุม  ๒๔  คน


ทักทายผู้เข้าร่วมประชุมเรื่องทั่วๆไป


คุณเทวินทร์ได้เล่าถึงทีวีช่องบุญนิยมว่า  ได้ยื่นเรื่องขอปิดสถานีไปแล้วเมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๓ และกสทช.ได้มีคำสั่งปิดออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๔  ที่ผ่านมานี้  จึงติดตามรับชมบุญนิยมทีวีได้ทางยูทูบ  และทางเฟซบุ๊ก เท่านั้น  


วาระที่  ๑

แก้ไข และรับรองรายงานการประชุม


วาระที่  ๒   เรื่องแจ้งจากคณะก่อการสภาฯ


ฑิตหนึ่งพุทธได้เล่าว่า  เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ ๘ โมงกว่าๆ สมณะลั่นผาได้โทรมาแจ้งว่า  พ่อครูฝ้นดีเกี่ยวกับพรรคสัมมาธิปไตย และสักครู่ต่อมาได้มีผู้โทรมาให้คุยกับพ่อครู โดยบอกว่า ให้รับพรจากพ่อครู  ซึ่งพ่อครูได้พูดถึงคำขวัญของพรรคว่า  ไม่มีตัวตน  ซื่อสัตย์  รับใช้ประชาชน( อ่อนน้อมถ่อมตน)   


พรรคสัมมาธิปไตยจะมีคนนอกมาร่วมวงไพบูลย์  เป็นคีย์แมน มาเป็น ๑ ในแกนนำ  เป็นความฝัน จะเป็นไปได้ หรือไม่ได้ ยังไม่สามารถรู้ได้ แต่พวกเราต้องเป็นแกนหลัก  รวบรวมพลพรรคทุกๆด้าน ทุกสาขาอาชีพ เป็นเรื่องที่ดีถ้าเป็นอย่างที่ฝัน ไม่ใช่พรรคกระจอก ลำพังพวกเราทำคงเป็นพรรคเล็กๆ  กระจอกๆ  ขอให้มีที่นั่งในสภาเพียงเสียงเดียว  ก็มีน้ำหนัก มีฤทธิ์ เพราะพวกเราปากสว่าง ปากโป้ง  เสียงดี ฟังชัด มีหมู่มวลสนับสนุนนอกสภา  ซึ่งเราเคยทำมาแล้ว


นอกจากนี้พ่อครูยังได้พูดถึงกระแสฟ้าทะลายโจร  ต้องเร่งปลูกกันให้มาก  และพูดถึงหมอแตงไท แพทย์แผนไทยบ้านราชว่าได้รับรางวัลจากหน่วยงานภาครัฐมากมายหลายรางวัล  ฯลฯ  เป็นนิมิตหมายที่ดีว่า ภาคกสิกรมจะไปรุ่ง  


ฑิตหนึ่งพุทธได้กล่าวทิ้งท้ายว่า  พ่อครูจับตาดูพวกเราอยู่ทุกก้าวย่างจากรายงานการประชุม  ฉะนั้นจงภูมิใจที่พวกเราอยู่ในสายตาของพ่อครู


สมาชิกกล่าวเสริมว่า  ได้ฟังเทศน์พ่อครูในรายการ ตุ้ม  ตะลุ่มตุ้ม ม้ง เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาว่า อาจจะยกกองทัพธรรมไปเปิดเผยความจริงที่สังคมกำลังมืดบอดอยู่  ซึ่งช่วงนี้มีการชุมนุมของพวกสามนิ้วสร้างความวุ่นวาย  คงต้องรอดูสถานการณ์ถ้าจำเป็นก็อาจจะต้องออกไปอีกสักครั้งหนึ่ง


เรื่องที่ ๓  เรื่องสืบเนื่อง 


๓.๑  ความคืบหน้าในการร่างนโยบายพรรคสัมมาธิปไตย


ฑิตหนึ่งพุทธได้แจ้งว่า ได้นำนโยบายพรรคเพื่อฟ้าดินมาปรับให้กระชับขึ้น  จากนโยบายที่มีทั้งหมด  ๑๙  ด้าน มาปรับย่อให้เหลือเพียง  ๑๑ ด้าน เป็นหลักการครอบคลุมกว้างๆ   โดยจะส่งเป็นไฟล์ และส่งเป็นข้อความลงในไลน์กลุ่มนี้  ให้พวกเราได้ศึกษา เพื่อนำมาถกและปรับเสริมต่อไป


๓.๒  ความคืบหน้าในการหาสมาชิกหลักให้ได้ ๑๐๐ คน ภายใน  ๓  เดือน


ฑิตมานพแจ้งว่า  อยู่ในช่วงส่งเอกสาร อันประกอบไปด้วย ปฐมเหตุการก่อเกิดสภาฯ คำปรารภ และธรรมนูญของพรรค ให้แก่ผู้ที่ผ่านการรับรองจากคณะก่อการฯแล้ว  ช่วงนี้จึงต้องรอการตอบรับด้วย  และมีความคิดว่า อาจจะไม่ต้องรอให้สมาชิกถึง ๑๐๐ คนก็ได้ เอาเท่าที่ได้ก่อน เพื่อที่จะได้เปิดสภาอย่างเป็นทางการ(นิมนต์พ่อครูกล่าวเปิดด้วย)


สำหรับเรื่องนี้ไว้นำเสนอคุยกันในคราวถัดไป


วาระที่  ๔  ประเด็นนำเสนอ


๔.๑  เสนอเปลี่ยนชื่อสภาสัมมาธิปไตย เป็น สภาสัมมาบัณฑิต


ฑิตหนึ่งพุทธได้ให้ความหมายของคำว่า บัณฑิต  ไว้ว่า คือ อาริยบุคคล ผู้มีดวงตาเห็นธรรม มีศีล ๕ ศีล ๘ ตามลำดับ ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นบัณฑิต ไม่ใช่ปุถุชน  น่าจะเป็นสภาที่รองรับตัวแทนชาวอโศก  เป็นเสมือนสภาสูง เหมือนส.ว.สรรหา เป็นที่รับรู้กันภายใน ส่วนเรื่องพรรคก็ว่ากันไปอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการจัดตั้ง   


ที่ประชุมไม่มีการอภิปราย และมีมติเห็นชอบ


๔.๒  เสนอตั้งคณะกรรมการเตรียมการตั้งพรรค


ฑิตหนึ่งพุทธเสนอให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมการ  ซึ่งจะต้องมีตัวหลักและกระจายงานกันออกไป  และให้เชิญผู้มีความรู้ด้านกฎหมายมาให้คำปรึกษาด้วย


คุณเทวินทร์ได้ชี้แจงว่า  การเตรียมการแบ่งเป็น  ๒ ช่วง หมายถึง เตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาขั้นตอนด้านต่างๆ  ใช้ผู้ร่วมงานสัก  ๔ - ๕ คนก็เพียงพอ ส่วนขั้นตอนถัดไป  คือ ต้องไปยื่นจดทะเบียนเพื่อขอตั้งพรรค  โดยตามระเบียบต้องมีสมาชิกก่อการอย่างน้อย  ๑๕ คน การเตรียมเอกสารเป็นขั้นตอนที่สำคัญ ซึ่งข้อมูลรายละเอียดต้องชัดเจนจริงๆ  และถ้าจะให้ทันการเลือกตั้งครั้งหน้าต้องพยายามยื่นจดให้ได้ภายใน ๓ - ๔ เดือนนี้  เมื่อยื่นไปแล้วต้องใช้เวลาอีก ๑๘๐ วัน( ๖ เดือน) และกกต.ตรวจสอบคุณสมบัติอีก ๙๐ วัน( ๓ เดือน) รวมระยะเวลา ๙ เดือน ซึ่งในช่วงนี้จะต้องมีการโอนเงินเข้าบัญชีจำนวน ๑ ล้านบาทด้วย


ในส่วนขั้นตอนรายละเอียดคร่าวๆนั้น มีดังนี้

-  ต้องทำข้อบังคับพรรรค  

- เปิดบัญชีพรรค  

- สถานที่ทำการสาขาพรรค

- ทำทะเบียนพรรค (ต้องมีสมาชิกอย่างน้อย ๕๐๐ คน)

- จัดประชุมใหญ่ (ต้องมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างน้อย ๒๕๐ คน)


สำหรับรัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้อีกประมาณ ๒๒ เดือน ก็จะหมดวาระลงในเดือนมิถุนายนปีหน้า  ซึ่งผู้ที่จะมีสิทธิ์ลงเลือกตั้งต้องเป็นสมาชิกพรรคอย่างน้อย ๖ เดือน  สรุปแล้วเรามีเวลาเตรียมการนับจากนี้ไม่นานมากนัก


ที่ประชุมเห็นชอบให้มีคณะเตรียมการ คือ ฑิตหนึ่งพุทธ ฑิตติดดิน ฑิตใจเด็ด และคุณเทวินทร์  และอาจจะติดต่อคุณยลศิริ ดำช่วย ให้มาช่วยอีกคนหนึ่งด้วย


๔.๓  เสนอตั้งองค์คณะที่ปรึกษาพรรค


ฑิตหนึ่งพุทธเสนอให้ตั้งเป็นคณะใหญ่ ซึ่งจะมีผู้หลัก ผู้ใหญ่  ที่เคยทำงานด้านการเมืองกันมาแล้ว  บางท่านอาจจะมาช่วยงานไม่สะดวก แต่ก็ให้คำปรึกษาหารือได้  และให้มีได้ไม่จำกัดจำนวน


ที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการ และมีการเสนอชื่อผู้ที่สมควรมาเป็นที่ปรึกษาพรรค โดยจะมีตัวแทนจากพวกเรารับอาสาทาบทามด้วย ดังนี้


คุณธำรงค์  แสงสุริยจันทร์ และคุณขวัญดิน  สิงห์คำ คุณเทวินทร์รับอาสา

คุณแซมดิน เลิศบุศย์   ฑิตหนึ่งพุทธรับอาสา

คุณไชยวัฒน์  สินสุวงศ์    คุณหนึ่งแก่นรับอาสา

ดร.ทิวเมฆ   นาวาบุญนิยม  ฑิตมานพรับอาสา


สำหรับคุณธำรงค์นั้น ทราบข่าวมาว่า สุขภาพไม่ค่อยดี และป่วยเป็นอัลไซเมอร์ด้วย


นอกจากนี้สมาชิกได้เสนอรายชื่อบุคคลอื่นๆอีก เช่น คุณแรงเกื้อ  ชาวหินฟ้า คุณใจเพชร(หมอเขียว)  กล้าจน และคุณหมอทศพล  เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นต้น  


ที่ประชุมรับทราบ


ส่วนที่ปรึกษาด้านกฎหมาย คุณจินดาได้นำเสนอเพื่อนสนิท และผู้ที่รู้จักคุ้นเคยกันอย่างดี โดยใช้บริการกันมาตลอด  คือ คุณสืบพงษ์  อริยพิมพ์  และ คุณสืบ  มาลัยขวัญ ซึ่งเป็นอัยการอาวุโส  และจะเกษียณอายุในวันที่ ๓๐ กันยายนนี้  ซึ่งทั้งคู่เป็นญาติธรรม ถือศีลกินเจบริสุทธิ์  


ที่ประชุมเห็นชอบ และคุณจินดารับอาสาทาบทาม


๔.๔  เสนอจัดหาที่ตั้งสำนักงานของพรรค ควรเป็นที่ไหน? และที่ติดต่อสำนักงานชั่วคราว


คุณเทวินทร์ได้ชี้แจงว่า ก่อนที่จะมีการยุบพรรคเพื่อฟ้าดินนั้น ได้เตรียมห้องทำงานไว้อยู่บนศาลาพระวิหารชั้น ๒ ซึ่งอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการ  แต่เนื่องจากในช่วงนี้เกิดปัญหาโรคโควิดระบาด พุทธสถานได้ถูกปิดลง จึงไม่สามารถที่จะขอเสนอเพื่อใช้งานได้   และเห็นควรว่า น่าจะไปใช้ตึกที่เป็นสำนักงานกลั่นแก่นเดิม ในซอยนวมินทร์ ๔๖ ซึ่งปัจจุบัน คุณแววฟ้าได้เช่าไว้เพื่อรองรับพนักงานให้มาพัก แต่ยังมีพื้นที่ว่างอีกพอสมควร 


ที่ประชุมเห็นชอบ และให้คุณเทวินทร์พูดคุยกับคุณแววฟ้าในเบื้องต้นก่อน หลังจากนั้นฑิตหนึ่งพุทธจะพูดคุยด้วยอีกครั้ง


๔.๕  เสนอริเริ่มสร้างเว็บไซต์


ฑิตใจเด็ดนำเสนอว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างระบบออนไลน์ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัด ในการทำงา  น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาทำอยู่ในระบบเฟซเท่านั้น เมื่อเราตั้งพรรคขึ้นมา จึงต้องมีทีมงานช่วยกันคิด และผลิตสื่อออกมาให้ทันกับยุคสมัย


ที่ประชุมเห็นชอบ  และให้มีคณะทำงานคือ  ฑิตใจเด็ด ฑิตจรณ์ และคุณเทวินทร์  เป็นตัวหลักด้านนี้


วาระที่  ๕  ประเด็นอื่นๆ


คุณอำนวยชวนคุยเล่าสู่ฟังว่า ช่วงนี้มีคาร์ม็อบนำโดยคุณณัฐวุฒิ  คุณสมบัติ(บ.ก.ลายจุด) และคุณเพนกวิน ซึ่งแต่ละคนก็มีคดีติดตัว เมื่อถึงเวลา ๕ โมงเย็น ก็ประกาศเลิก พวกนี้จะรู้วิธีเอาตัวรอด ไม่ให้ผิดกฎหมายแต่ปล่อยให้เด็กอาชีวะ และม็อบรับจ้าง ไปทำสิ่งที่ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งต้องติดคุก ติดตะราง จึงต้องพยายามเตือนสติพวกเด็กๆ คราวนี้ตำรวจเขาเอาจริง ทั้งเรื่องเฟกนิวส์  เป็นคดีแน่นอน  ส่วนคุณปิยบุตรก็ไม่ได้อยู่เมืองไทย และคุณธนาธรช่วงนี้ดูเงียบๆ ไม่ออกมา เหมือนนกรู้อะไรบางอย่าง   ส่วนที่ว่าจะเปลี่ยนตัวนายกฯนั้นคงยาก  ในสภาเขาก็แน่นแฟ้น กองทัพก็เป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน พวกชุมนุมเหมือนยุงมาตอม ทำอะไ รเขาไม่ได้หรอก  และในช่วงสิงหาคมนี้ จะมีการเคลื่อนไหวใกล้ๆวันสำคัญอีก

 

สรุปปิดท้าย


ฑิตหนึ่งพุทธกล่าวว่า   วันนี้เราได้หารือกันหลายประเด็น มีความพร้อมเพรียงของหมู่มวล ประชุมกันรู้เรื่องโดยง่าย มีคนใหม่ๆเข้ามา เป็นนิมิตหมายที่ดี ต้องช่วยกันสร้างฝัน พ่อครูสร้างฝันแล้ว งานนี้ งานยาว  อีก ๑๐๐ ปีข้างหน้า พรรคนี้อาจจะยึดประเทศได้ เหมือนพรรคคอมมิวนิสต์จีน ทุกอย่างต้องใช้เวลา มันต้องสร้างปาฏิหาริย์   การเกิดโรคโควิดระบาดทำให้วิกฤต ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง จึงเป็นโอกาสทองที่จะเกิดอะไรใหม่ๆขึ้น เช่น ฟ้าทะลายโจร เป็นพระเอก เป็นที่ลือชา ส่งออกสู่โลกภายนอกได้  


ส่วนวิกฤตการเมือง ก็ได้แจ้งเกิดสิ่งใหม่ๆเช่นกัน  ไหนๆพวกเราก็ผ่านอายุกันมาแล้วพอควร ผ่านร้อน ผ่านหนาว  เรามาทำงานนี้เพื่อแผ่นดิน เป็นเรื่องยิ่งใหญ่  เราไม่ยุ่งกับเขา  เขาก็มายุ่งกับเรา ขอให้รักษาสุขภาพให้ดีๆทุกคน

 

ปิดประชุมเวลา 

๒๑.๓๗  น.

No comments:

Post a Comment

สัมมาบัณฑิต คือ ใคร ?

 สัมมาบัณฑิต คือ ใคร ? ญาติธรรมชาวอโศก ผู้มีดวงตาเห็นธรรม มีสัมมาทิฏฐิ มีศรัทธาปฏิปทาโลกุตระบุญนิยม ถือศีล 5 ละ อบายมุข กินมังสวิรัติ เป็นปก...