ประชุมสภาสัมมาธิปไตย
๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔
เวลา ๑๙.๐๐ น.
ผู้เข้าร่วมประชุม ๑๗ คน
ทักทายผู้เข้าร่วมประชุมเรื่องทั่วๆไป
ฑิตมานพ เล่าสู่ฟังว่า แม่บ้าน(ภรรยา) ได้ติดโรคโควิด ๑๙ โดยตรวจเจอเชื้อเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตนเองจึงต้องเข้ารับการตรวจด้วยเพราะเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง ผลปรากฏว่า ไม่พบเชื้อโควิดแต่อย่างใด และตรวจซ้ำถึง ๒ ครั้งแล้ว ทำให้เป็นที่งุนงงสงสัยของคณะแพทย์เป็นอย่างมาก จึงได้สอบถามเหตุผล และสาเหตุที่ไม่ติดเชื้อได้อย่างไร ฑิตมานพได้ชี้แจงพอสรุปได้ว่า
- เป็นนักมังสวิรัติมา ๓๙ ปี เลือดเป็นด่าง(ตามคำกล่าวอ้าวของหมอวิชัย เอกทักษิณ)
- เลือดกรุ๊ป O โควิดไม่ชอบ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ฯลฯ
- ไม่มีภาระให้เคร่งเครียด ถ้ามีก็น้อยมาก
- ดื่มเครื่องชงร้อนๆ ทั้งชาจีน สมุนไพรต่างๆ เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบเตยหอม สลับกันไป เป็นปกติ
- รับประทานตรีผลา ทั้งน้ำและเม็ด ขมิ้นชัน & ฟ้าทะลายโจร
- อาบแดด ตอนเที่ยงประมาณ ๑๕ นาที
- ไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่
บทสรุปของแม่บ้าน คือ ไม่ทราบว่า ติดมาจากที่ใด เพราะทีมที่ทำงานด้วยกันไม่มีใครติด แต่เป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มีลักษณะนิสัยที่ไม่ชอบการออกกำลังกาย และไม่กินผักสักเท่าใดนัก การป่วยครั้งนี้นับว่า เป็นครั้งที่ ๓ แล้ว
ทั้งทิตมานพ และแม่บ้าน ทั้งคู่ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดแต่อย่างใด
มีผู้กล่าวเสริมว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีน ซิโนแวค ผลปรากฏว่า ไม่มีภูมิคุ้มกัน โดยตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อฉีดเข้าไปเพื่อกระตุ้น แต่ร่างกายสู้ไม่ไหว จึงไม่เกิดภูมิ
มีข้อมูลยืนยันจากเยอรมัน ว่า วัคซีนไม่ได้เข้าไปเพิ่มภูมิคุ้มกันเพราะฉีดเข้าไปทางกระแสเลือด แต่โรคโควิดเป็นเรื่องของระบบทางเดินหายใจ คล้ายเชื้อไข้หวัด ถ้าเป็นก็ ๑๐ - ๒๐ % แล้วก็หายได้ ที่เป็นปัญหาคือ มีโรคประจำตัว
วาระที่ ๑
แก้ไข และรับรองรายงานการประชุม
ฑิตแรงพุทธ แจ้งว่า คณะก่อการสภาฯประชุมกัน ได้ข้อสรุปว่า ให้เร่งดำเนินการเพิ่มสมาชิกสภาฯ โดยตั้งเป้าหมายหาสมาชิกให้ได้ ๑๐๐ คน ภายในเวลา ๓ เดือนนับจากนี้ ทั้งนี้ เพื่อที่จะมาเป็นแก่นแกนในการก่อตั้งพรรคสัมมาธิปไตยในโอกาสต่อไป ซึ่งระเบียบการเชิญสมาชิกเข้าสภาฯ มีขั้นตอน ดังนี้..
เป็นญาติธรรมชาวอโศก
ถือศีล ๕ ละอบายมุข กินมังสวิรัติ
๑. สมาชิกนำเสนอรายชื่อญาติธรรมชาวอโศกที่เห็นสมควร และสนใจทิศทางการทำงานการเมืองบุญนิยม โดยการพิมพ์ชื่อ - สกุล พร้อมรูปภาพ ลงมาในไลน์สภาฯนี้
๒. คณะก่อการสภาฯ ซึ่งประกอบไปด้วยสัมมาบัณฑิตจำนวน ๑๓ คน จะนำรายชื่อผู้ที่ถูกเสนอเข้าไปพิจารณาคุณสมบัติ และรับรองบุคคลนั้นจำนวนอย่างน้อย ๓ คน
๓. ผู้นำเสนอ ต้องส่งธรรมนูญสภาฯ คำปรารภ และปฐมเหตุการก่อเกิดสภาฯ ให้ผู้ที่ถูกเชิญได้ศึกษา เพื่อทำความเข้าใจในหลักการร่วมกันก่อน
๔. เมื่อผู้ถูกเสนอสนใจ หลังจากนั้นจึงให้สมาชิกที่นำเสนอเชิญบุคคลท่านนั้นเข้าไลน์กลุ่มสภาฯ เป็นการรับสมาชิกเข้าสภาสัมมาธิปไตยโดยสมบูรณ์
ที่ประชุมรับทราบ
สำหรับเรื่องแนวทางหาสมาชิกนี้ คุณวีระเดชได้แสดงความเห็นไว้ว่า
พวกเรามีใจ มีจิตอาสา มีคุณธรรมของชาวอโศก ต้องระเบิดมาจากข้างใน โดยแต่ละคนต้องช่วยกันหาสมาชิก ๑: ๒ หรือ ๑: ๑
ส่วนสมาชิกข้างนอก เป็นขั้นตอนที่ ๒ ที่จะก่อตั้งพรรค ถ้าเราระเบิดจากข้างในได้แล้ว ต้องผ่อนปรนขยายสู่ภายนอก ถ้าเอาแต่เฉพาะชาวอโศกอย่างเดียวจะขยายยาก อาจจะหาแนวร่วม เช่น มีความซื่อสัตย์ กลุ่มกรีน สิ่งแวดล้อมที่ใสสะอาด ผสมผสานให้เกิดความเชื่อมั่น ใช้สื่อออนไลน์กระจายออกไป และย้ำยืนยันจะต้องระเบิดจากข้างใน และระเบิดข้างนอกเป็นขั้นที่ ๒ ไปเรื่อยๆ ก็จะเพิ่มยอดสมาชิกได้
- คณะก่อการได้แจ้งกับสมาชิกว่า ฑิตหนึ่งพุทธอาสาเป็นแกนหลักในการร่างนโยบายพรรคสัมมาธิปไตย โดยจะนำนโยบายของพรรคเพื่อฟ้าดินมาเป็นต้นแบบหลัก และรับข้อเสนอต่างๆจากสมาชิกที่เห็นร่วมกันแล้ว มาจัดทำให้สมบูรณ์ ซึ่งจะไปปรึกษาหารือ และรับฟังข้อคิดจากคุณธำรงค์ แสงสุริยจันทร์ ผู้ร่างนโยบายพรรคเพื่อฟ้าดิน ด้วย
ที่ประชุมรับทราบ
วาระที่ ๒ เรื่องสืบเนื่อง
จากการประชุมครั้งที่ผ่านมา ได้ฝากให้สมาชิกที่มีความคิดด้านต่างๆที่จะนำมาจัดทำเป็นนโยบายพรรค ลองร่างมานำเสนอที่ประชุม เพื่อที่จะได้ปรับ หรือเสริมเพิ่มเติม
คุณเกษม ได้กล่าวพอสรุปได้ว่า
เรื่องการเกษตร ต้องสมบูรณ์แบบ มีตลาดรองรับ เป็นตลาดไร้สารพิษ ให้รัฐบาลรับรองโดยกระทรวงเกษตรฯ หรือถ้าเป็นร้านอาหาร ก็จะออกประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น
ส่วนเรื่องการแพทย์แผนไทย นำสิ่งที่พวกเราชาวอโศกทำกันอยู่แล้วทั้งหมด ให้กระจายคู่ขนานไปกับการแพทย์แผนปัจจุบันทุกจังหวัด
นโยบายที่พรรคพลังธรรมได้เคยประกาศไปแล้ว นำมากรอง หรือเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และเมื่อร่างกันมาแล้ว เป็นการร่างคร่าวๆให้เห็นภาพรวม แล้วค่อยมาถกกันทีละเรื่องๆไป เมื่อผ่านมติที่ประชุมก็ออกเป็นนโยบายพรรค
สมาชิกบางท่านกล่าวเสริม ให้ร่างเป็นโครงร่างก่อน แบบกระชับ ให้ได้ข้อใหญ่ใจความ ตกลงในหลักการ ตีกรอบเรื่องการเกษตร การแพทย์แผนไทย การศึกษา ฯลฯ โดยเน้นที่ชาวอโศกถนัด
นอกจากนี้สมาชิกได้แสดงความเห็นไว้หลากหลาย ดังนี้
- ต้องทำการเมืองเชิงรุก ลุยๆ อย่างจริงจังเลย
- พรรคการเมืองส่วนมากจะมีทุนกลุ่มใหญ่อยู่เบื้องหลัง และตอนนี้ก็มีพรรคเยอะแยะมาก ที่ผ่านมาพรรคของพวกเราก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร มาคราวนี้จะเป็นไปได้หรือไม่? ซึ่งมองว่ามันไม่ง่ายเลย
- เราทำงานเหมือนส.ส.ในพื้นที่ ทำงานการเมืองกับประชาชน ช่วยประชาชนไปเลย ถ้าจะไปทำระดับประเทศ ก็ให้มันเป็นไปตามลำดับ เหมือนคุณแห่งไท หรือ อาดาบน้อย ที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้นี่แหละ ต่างคนต่างมีมวลชนของแต่ละคน สอนให้ชาวบ้านเขาพึ่งตนเอง ซึ่งงานนี้ต้องเชิญญาติธรรมเข้ามาเรียนรู้ซึ่งกันและกันก่อน
งานหลักๆที่ควรให้ความสำคัญ คือ
๑. ด้านสุขภาพ คนเริ่มเจ็บป่วยกันมาก
๒. ด้านอาหาร ไม่ปลอดภัย เจอวิกฤตอาหาร
เหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องขับเคลื่อนโดยอบรมให้ความรู้ เหมือนเมื่อครั้งอบรมพักหนี้ธ.ก.ส.ให้ชาวบ้าน
- ต้องเข้าใจตรงกันว่า สภานี้ดำเนินกิจกรรม และเกิดขึ้นมาเพื่อตั้งพรรคการเมือง สนับสนุนส่งเสริมทั้งด้านกสิกรรม การแพทย์แผนไทย ฯลฯ โดยจะเชื่อมร้อยเครือแหชาวอโศกที่อยู่ทั่วประเทศ
- การเมืองภาคประชาชนเราจะลุยกันเต็มตัว ต่อยอดการเมืองภาครัฐ เชื่อมร้อยขุมกำลังต่างๆ ให้มีพลังเหมือนเรียวไม้ไผ่ที่นำมาประสานรวมกัน
- พรรคสัมมาธิปไตย เป็นพรรคของชาวอโศก ต้องศึกษาความสำเร็จของกองทัพธรรม ที่ได้ออกไปช่วยสังคมในการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา เราเป็นแกนนำสำคัญ จงภูมิใจเถิดในความเป็นกองทัพธรรม เป็นนักการเมืองที่สุดยอด
- การเมืองบุญนิยมไม่ใช่เรื่องง่าย ทำสิ่งที่คนอื่นทำได้ยาก ต้องขยายความคิดว่า พรรคการเมืองเราคิดแบบนี้ ทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ
- พวกเรามีหัวใจเหมือนกันอยู่แล้ว ใครอยู่ที่ไหน ก็มองซ้าย มองขวา ให้มาทำงานร่วมกัน แต่วิถีชีวิตเราก็ยังปกติเหมือนเดิม
- สุขภาพพึ่งตน ให้ชาวบ้านพึ่งตนเองได้ ไม่ใช่รอพึ่งหมอเพียงอย่างเดียว
- เพลงที่พ่อครูให้มาเป็นเพลงประจำพรรคคือ เพลงสันติธรรม มี ๒ เวอร์ชั่น ทั้งเพลงเร็ว ทำให้ฮึกเหิม และช้า ทำให้สงบ สันติ เปรียบดังหยิน หยาง ซึ่งก็อาจจะใช้ทั้ง ๒ ตามกาละโอกาสที่เหมาะสม
วาระที่ ๓ เรื่องอื่นๆ
มีผู้เสนอให้ยกเลิกใช้คำว่า ว่า คุณ หรือ ฑิต ในรายงานบันทึกการประชุม โดยให้ใช้คำว่า อา แทน ซึ่งดูมีความเป็นพี่ เป็นน้องกันมากกว่า
ที่ประชุม สมาชิกได้แสดงความเห็นมีแนวโน้มว่า ควรให้เป็นภาษาสากลที่ทั่วไปเขานิยมใช้กัน เพื่อการรับรู้ได้ง่าย สำหรับเรื่องนี้อาจจะหยิบยกคุยกันให้จบ และหาข้อสรุปในครั้งต่อไป
สรุปปิดท้าย
ฑิตก้อนดิน ได้กล่าวว่า พวกเรากำลังหาสมาชิกหลักให้ครบร้อย ซึ่งต้องถือศีล ๕ ละอบายมุข กินมังสวิรัติ คือ ฐานโสดาบันนั่นเอง สมาชิกเป็นโลกุตระระดับหนึ่ง การเมืองทุกวันนี้เป็นการเมืองปุถุชน ส่วนกัล ยาณชนนั้นน้อย ธรรมะกับการเมืองคือ อันเดียวกัน กลับหัว กลับหาง พลิกไป พลิกมา มองว่า พ่อครูต้องการเพิ่มคุณค่าทางการเมือง ให้มีคุณภาพมากขึ้น เป็นอาริยชน มีภูมิที่สูงขึ้น นักการเมืองต้องมีภูมิอนาคามี เป็นอรหันต์ได้ยิ่งดี พวกเขาไม่เป็น ไม่เป็นไร แต่ภูมิพวกเราต้องปรับให้ถึง ให้เท่าๆกัน เวลาคุยจะได้ตามกันให้ทัน สนใจเรื่องการเมือง ต้องสนใจธ รรมะด้วย ต้องติดตามพ่อครูอย่างกระชั้นชิด สมบูรณ์ทั้งการเมือง และ ธรรมะ
ปิดประชุมเวลา
๒๑.๐๔ น.
No comments:
Post a Comment