ประชุมสภาสัมมาธิปไตย
๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔
เวลา ๑๙.๓๐ น.
ผู้เข้าร่วมประชุม ๒๐ คน
ทักทายผู้เข้าร่วมประชุมเรื่องทั่วๆไป
คุณเกษมได้กล่าวตำหนิถึงการทำงานของภาครัฐกรณีการติดเชื้อโควิดของพนักงานโรงงานไก่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ว่า เคยมีบทเรียนมาแล้วจากโรงงานอื่นๆ แต่รัฐไม่ยอมสั่งการ หรือออกมาตรการให้มีการเข้มงวด เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด ซึ่งไม่ควรให้เกิดเป็นครั้งที่ ๒ เพราะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก
วาระที่ ๑
แก้ไข และรับรองรายงานการประชุม
วาระที่ ๒ เรื่องแจ้งจากคณะก่อการสภาฯ
เรื่องที่ ๑
ฑิตหนึ่งพุทธแจ้งว่า คณะก่อการสภาฯซึ่งมีคณะสัมมาบัณฑิตเป็นแกนหลักนั้น ได้ดำเนินการแจกสมุนไพรให้กับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดภายใต้ชื่อ " " โครงการแบ่งปันสมุนไพร สู้ภัยโควิด 19 " โดยทำในนามกลุ่มสัมมาธิปไตย และเครือข่ายแพทย์แผนไทย
แรกเริ่มเดิมทีคิดว่า จะทำในนามกองทัพธรรม แต่องค์กรใหญ่ไม่พร้อมเท่าที่ควร และไม่มีนโยบายทำงานด้านนี้ เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ เรื่องโควิดเราไม่สามารถที่จะไปต่อกรอะไรได้ พวกเราอยู่ในช่วงก่อร่าง สร้างเมือง และเรากำลังปิดเมือง เรื่องโควิดจึงเป็นเรื่องเหลือวิสัย เป็นเรื่องของหมู่มวลที่ต้องช่วยเหลือกันไปตามอัตภาพ อโศกไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องโควิด ไม่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างได้ คณะก่อการฯจึงทำเล็กๆ ตามกำลัง และงบประมาณมีจำนวนจำกัด
สำหรับสมุนไพรที่แจก คือ ยา ๕ ราก สมุนไพรโคคลาน และเครื่องชงโกโก้ หลับสบาย พร้อมทั้งมีเอกสารอธิบายวิธีการใช้ สรรพคุณของสมุนไพรนั้นๆ และแจกสูตรสมุนไพรในครัวเรือนที่ทำได้ง่ายๆ เรียกว่า น้ำนิยาม ๕ ของหมอเจ็ดแก้ว เป็นแนวทางพึ่งตนเองแนบไปด้วย
ส่วนวิธีการแจก คือ แจ้งผ่านทางไลน์ไปยังกลุ่มต่างๆ และเท่าที่เปิดตัวไปแล้วกระแสตอบรับดีมาก ซึ่งหลายรายน่าสงสารมาก ไปกักตัว ๑๔ วัน ก็ไม่ได้กินยาอะไรมาก รอดูอาการเป็นระยะๆ ซึ่งเชื้อโรคก็เดินหน้าลงสู่ปอดได้ นอกจากนี้หลังจากแจกสมุนไพรไปแล้วทางเรายังต้องตามศึกษาดูว่า ได้ผลมากน้อย อย่างไรด้วย
สิ่งที่ควรคำนึง คือ หลักกฎหมาย เราต้องแสดงความบริสุทธิ์ในการแจก ไม่มีการซื้อขาย หรือรับบริจาคแต่อย่างใด และในส่วนของทรัพยากรก็มีจำนวนจำกัด เป็นข้อจำกัดในตัวมันเอง สะพัดไปได้เท่าที่ได้ ทางเลือกจึงไปหาช่องทางเองได้ และเมื่อใช้ได้ผล จึงบอกต่อๆกันไป
สมาชิกได้กล่าวเสริมถึงสมุนไพรสกัดสำหรับใช้หยอดจมูกรักษาการติดเชื้อโควิดของอาดาบน้อยว่า มีคนไทยอาศัยอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซียได้นำไปใช้ปรากฏว่า ได้ผลดี และพยาบาลที่โรงพยาบาลตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี หลังจากใช้หยอดจมูกแล้วทำให้น้ำมูกแห้ง จมูกโล่ง พอนำไปเล่าให้หมอฟัง เกิดความสนใจ จึงได้ขอมาและนำไปใช้กันทั้งหมอและพยาบาล
เรื่องที่ ๒
ฑิตใจเด็ดแจ้งว่า Face สัมมาธิปไตย มีสมาชิกสมัครเข้ามาแล้วจำนวน ๘๐๐ กว่าคน ทั้งสมัครเข้ามาเอง และเชิญเข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นญาติธรรม และผู้ที่ศรัทธาชาวอโศกติดตามฟังธรรมพ่อครูเป็นหลัก บุคคลเหล่านี้เราสามารถสังเกตได้จากการแสดงออกทางข้อความ พอเขาสมัครเป็นเพื่อนเข้ามา ก็กดยอมรับได้เลย จึงอยากเชิญชวนให้พวกเราเข้าไปมีส่วนร่วม เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวในประเด็นต่างๆที่น่าสนใจ จะทำให้ Face ไม่เงียบเหงา
วาระที่ ๓ เรื่องสืบเนื่อง
๓.๑ ความคืบหน้าในการหาสมาชิกหลักให้ได้ ๑๐๐ คน ภายใน ๓ เดือน
ฑิตมานพได้แจ้งว่า ขณะนี้สมาชิกที่เข้ากลุ่มสภาฯมาแล้วมีจำนวน ๖๐ คน และอยู่ในระหว่างเทียบเชิญ ซึ่งผ่านการรับรองจากคณะก่อการฯแล้วประมาณร่วม ๒๐ คน โดยพยายามคัดสรรญาติธรรมที่มีพลังในการขับเคลื่อน มีพลังมวลชน ทั้งจากรู้จักส่วนตัว และสอดส่องจาก Face สภาสัมมาธิปไตย ทั้งนี้เพื่อให้มาช่วยกันบุกเบิกนำทางในระยะแรกเริ่มก่อน
สมาชิกกล่าวเสริมว่า ให้เชิญลูกๆหลานๆของพวกเราชาวอโศก ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนแล้ว ให้พวกเขาเข้ามาเรียนรู้ ซึมซับเรื่องการเมือง เพื่อต่อยอดไปในวันข้างหน้า
๓.๒ ความคืบหน้าเรื่องนโยบายพรรคสัมมาธิปไตย
ฑิตหนึ่งพุทธแจ้งว่า มีทิศทางของพรรคเพื่อฟ้าดินอยู่แล้ว ไม่ต้องบัญญัติอะไรมากเกิน ให้มีเนื้อหาสั้นๆ กระชับ เมืองไทยใช้กฎหมายมากเกินไป ดูกฎหมายสหกรณ์เป็นตัวอย่าง ก็ยังสามารถโกงกันได้อย่างสะบั้น คาดว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้ นโยบายพรรคสัมมาธิปไตยน่าจะออกมาเป็นรูป เป็นร่างได้
สมาชิกได้กล่าวย้ำเน้น ให้ติดต่อผู้ที่เคยช่วยงานพรรคเพื่อฟ้าดินมาช่วยเป็นทีมทำงานนี้ เพื่อจะได้เสร็จเร็วขึ้น หลังจากนั้นจึงนำเสนอที่ประชุมให้พิจารณา ซึ่งแต่ละหมวดมีความสำคัญ โดยจะต้องถกกันทีละข้อๆ และลงมติรับรองร่วมกัน
ข้อคิดจากสมาชิกเสนอแนะว่า น้ำหนักของนโยบายพรรค ไม่ต้องคัดมาทั้งหมด แนวทางการเมืองบุญนิยม ของพรรคเพื่อฟ้าดิน เป็นอกาลิโกอยู่แล้ว พิจารณาแก่นสาร อะไรใช้เป็นแกนหลัก และต่อยอดต่อไปให้เข้ากับยุคสมัย ไม่ว่าจะสั้น หรือยาว แต่ขอให้มีรูปแบบที่สื่อกันง่าย ไว้เป็นแนวทางก่อน
สำหรับเนื้อหานโยบายของพรรคเพื่อฟ้าดินนั้น จะส่งเป็นไฟล์ลงมาในไลน์กลุ่มนี้ เพื่อให้สมาชิกศึกษาทำความเข้าใจไปพร้อมๆกันด้วย
วาระที่ ๔ ประเด็นอื่นๆ
ข้อชี้แนะจากสมาชิก การประชุมเสวนาคราวหน้า ควรจะมีคณะทำงานเป็นหลักในการประสานความร่วมมือกับพรรคพวก ให้แต่ละคนศึกษาล่วงหน้า กำหนดวาระเป็นขั้น เป็นตอน ไม่ให้มันกว้างไป มีลักษณะเฉพาะเจาะจงให้มากกว่านี้
สรุปปิดท้าย
ฑิตหนึ่งพุทธ กล่าวว่า เราได้สมาชิกมาใหม่เพิ่มขึ้น ความเห็นหลากหลาย สมบูรณ์มากขึ้น สภาควรมีสัก ๑๐๐ คน จะได้คัดเลือกคณะทำงาน หรืออาสามาช่วยกัน ถ้ามีพลพรรค มีความพร้อม งานจะได้เดินหน้ามากขึ้น อาศัยความรู้ ความสามารถที่หลากหลาย ซึ่งเรารอสมาชิกที่จะเข้ามาเพิ่มขึ้น และเมื่อไรมีความพรั่งพร้อมพอสมควร จะได้ถือโอกาสเปิดสภาอย่างเป็นทางการ(นิมนต์พ่อครูเปิดสภาฯด้วย) เมื่อนั้นเราสามารถเดินหน้าไปได้อย่างเต็มที่ เต็มแรง ความสามัคคีของหมู่มวลเกิดพลัง งานใหญ่ งานนี้ จะสำเร็จเป็นลำดับไป เราเป็นเพียงพรรคเล็กๆ หน้าใหม่ ทำตามเหตุปัจจัย เท่าที่มีสติปัญญา ขอขอบคุณทุกๆคน
ปิดประชุมเวลา
๒๑.๒๕ น.
No comments:
Post a Comment