ย้อนรำลึก... เมื่อช่วงเช้าของวันอังคารที่
15 ธันวาคม 2564 พ่อครู ได้ไปร่วมงานเผาศพ พระฐานพุทโธ พระน้องชาย ที่บวรปฐมอโศก คณะสัมมาบัณฑิต ที่ประจำอยู่ ณ ที่นั่น ได้เข้าไปกราบนมัสการ พ่อครู ประโยคแรกที่พ่อครูเอ่ยทักทาย...
"
ตั้งชื่อพรรคการเมือง พรรคสัมมาบัณฑิต "
ประโยคนี้ได้ถูกนำมาถ่ายทอดในการประชุมกลุ่มสัมมาบัณฑิต ซึ่งประชุมกันทุกวันอังคาร เวลา 1 ทุ่ม ถึง 3
ทุ่ม ทางโทรไลน์กลุ่ม (เป็นกิจที่ทำกันมาเป็นประจำตลอดระยะเวลาที่รวมตัวกันมา 3
ปีแล้ว)
จึงได้ถกวิเคราะห์กัน
และพยายามถอดรหัสที่พ่อครูได้สื่อออกมา
ว่ามีนัย ความหมายอย่างไร หรือ มุ่งหมายอะไร จนได้ข้อสรุปว่า...
“เราจะเปิดลานเวทีการสนทนา
เพื่อสนับสนุนการเมืองภาคประชาชนให้มั่นคงเข้มแข็ง
แล้วปรับระดับเข้าสู่การเมืองในระบบรัฐสภา”
คณะก่อการสัมมาบัณฑิต จำนวน 13 คน ได้นำข้อสรุปนี้ มาตั้งวงขยายความกันต่อ และใช้ชื่อเรียกลำลอง
ว่า " สภาสัมมาธิปไตย "
สัมมาบัณฑิตหนึ่งพุทธ
วิมุตตินันท์ จึงได้รำลึกทบทวนคำสอนของพ่อครู
ที่เทศน์ และบัญญัติเรื่องการเมืองบุญนิยมไว้ในโอกาสต่างๆ แล้วนำมาร่างขึ้นเป็นธรรมนูญของสภาฯ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการสภาฯให้บรรลุถึงเป้าหมายไปตามลำดับ
ต่อมาจึงได้มีการเชิญญาติธรรมที่มีคุณสมบัติ
ตามปฏิปทาของชาวอโศก ถือศีล กินมังสวิรัติ เว้นขาดจากอบายมุข และมีความสนใจจะมาร่วมอุดมการณ์เดียวกันนี้ ด้วยการส่งธรรมนูญสภาฯ ฉบับโครงร่างนี้ ให้อ่านก่อน เพื่อให้มีความเข้าใจไปในทิศทางและเป้าหมายที่ตรงกัน
และต้องได้การรับรองจากคณะก่อการสภาฯ อย่างน้อย
3 เสียงด้วย
ในปัจจุบันสภาฯนี้ มีสมาชิกประมาณ 40
คน
มีการประชุมพูดคุยกันทุกวันเสาร์ช่วงค่ำ
และช่วยกันกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนสภาฯให้ดำเนินไปสู่เป้าหมายที่เห็นพ้องตรงกัน
เป้าหมายเริ่มต้นที่สำคัญของสภาฯ คือ การเชื่อมร้อยญาติธรรม ที่อยู่ตามที่ต่างๆ ประสานส่งเสริม ต่อยอด การเมืองภาคประชาชน ในแต่ละกลุ่ม แต่ละคน ที่กำลังทำ หรือที่ประสบผลสำเร็จอยู่แล้ว
เพื่อเป็นการเสริมหนุนให้มั่นคงแข็งแรง และพร้อมที่จะปรับขยายเข้าสู่การเมืองภาครัฐสภาเมื่อเห็นว่าควรแล้วกับกาละนั้น
และที่เห็นเป็นสำคัญ คือ กลุ่ม นักเรียน
นักศึกษา ศิษย์เก่าของชาวอโศก ที่กระจัด
กระจาย อยู่ในหลายๆที่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้มารับไม้ต่อ สภาสัมมาธิปไตย
จึงเป็นผู้ที่พร้อมจะเริ่มต้น บุกเบิก ปูทาง ให้เกิดขึ้นไว้ก่อน
สภาสัมมาธิปไตย ในอนาคตจะสามารถดำเนินไปในรูปแบบพรรคการเมืองในรัฐสภา
ที่ทำแบบคนจน ทำอย่างบุญนิยม ได้หรือไม่
ก็ต้องขึ้นอยู่กับการสร้างองค์ประกอบและเหตุปัจจัยที่ครบพร้อม
เหมาะควรกับกาละ
"ตั้งชื่อพรรคการเมือง
พรรคสัมมาบัณฑิต "
ประโยคเด็ดนี้
จะเป็นการมอบหมายให้กับสัมมาบัณฑิตหรือไม่ ก็ตาม…
แต่ได้หยั่งลงสู่ใจของเหล่าสัมมาบัณฑิตแล้ว...
และยังคงดังก้องอยู่ตลอดเวลา...
คณะก่อการสภาสัมมาธิปไตย
04/06/2564
No comments:
Post a Comment